เทียบดู

ดาวน์รถ 15% 25% 35% ค่างวดและต้นทุนรวมต่างกันเท่าไร

เงินดาวน์เป็นตัวเลขแรกที่กำหนดโครงสร้างของสัญญาเช่าซื้อ เงินดาวน์กำหนดยอดจัดไฟแนนซ์ ยอดจัดกำหนดดอกเบี้ยรวม และดอกเบี้ยรวมกับยอดจัดกำหนดค่างวด บทความนี้แสดงว่าเมื่อเปลี่ยนเงินดาวน์จาก 15% เป็น 25% และ 35% ตัวเลขแต่ละตัวเปลี่ยนไปเท่าไร

สูตรที่ใช้

สูตรข้างบนใช้เมื่อส่วนลดนำไปหักราคารถ ถ้าโชว์รูมนำส่วนลดไปหักเงินดาวน์ เงินดาวน์คิดจากราคารถเต็ม ยอดจัดไฟแนนซ์ = ราคารถ − เงินดาวน์ และเงินดาวน์ที่จ่ายจริง = เงินดาวน์ − ส่วนลด ตัวอย่างในบทความนี้ไม่มีส่วนลด สองแบบจึงให้ตัวเลขเท่ากัน

ตัวอย่างในบทความนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายวันออกรถ เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าประกัน หรือค่าธรรมเนียมอื่น เพราะรายการเหล่านี้ไม่ขึ้นกับเงินดาวน์ และจะบวกเท่ากันทุกกรณี

กรณีที่ 1 ดอกเบี้ยเท่ากันทุกระดับดาวน์

ข้อมูลตั้งต้น

หน่วย: บาท ยกเว้นตัวเลขที่เป็นร้อยละ

รายการ ดาวน์ 15% ดาวน์ 25% ดาวน์ 35%
เงินดาวน์ 150,000 250,000 350,000
ยอดจัดไฟแนนซ์ 850,000 750,000 650,000
ดอกเบี้ยรวม 106,250 93,750 81,250
ค่างวด 15,938 14,063 12,188
เงินที่จ่ายทั้งหมด 1,106,280 1,093,780 1,081,280

ตัวอย่างการคำนวณคอลัมน์ดาวน์ 15%

อ่านตารางนี้ยังไง

เงินดาวน์ที่เพิ่มขึ้นทุก 100,000 บาท ทำให้ยอดจัดลดลง 100,000 บาท ดอกเบี้ยรวมลดลง 100,000 × 2.5% × 5 = 12,500 บาท และค่างวดลดลงประมาณ 1,875 บาทต่อเดือน

เงินที่จ่ายทั้งหมดระหว่างดาวน์ 15% กับ 35% ต่างกัน 1,106,280 − 1,081,280 = 25,000 บาท ซึ่งเท่ากับดอกเบี้ยที่ลดลงพอดี ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากส่วนลดราคารถ แต่มาจากการกู้น้อยลง

ดอกเบี้ยรวมเปลี่ยนตามขนาดของเงินกู้เท่านั้น เพราะอัตราดอกเบี้ยคงที่และจำนวนงวดเท่ากันทุกคอลัมน์

กรณีที่ 2 ดอกเบี้ยต่างกันตามระดับดาวน์

ผู้ให้สินเชื่อหลายรายกำหนดดอกเบี้ยคงที่ตามระดับเงินดาวน์ ดาวน์มากมักได้อัตราต่ำกว่า ตัวเลขด้านล่างเป็นอัตราสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราของผู้ให้สินเชื่อรายใด

ราคารถ 1,000,000 บาท ผ่อน 60 งวดเท่าเดิม

หน่วย: บาท ยกเว้นตัวเลขที่เป็นร้อยละ

รายการ ดาวน์ 15% ดาวน์ 25% ดาวน์ 35%
ยอดจัดไฟแนนซ์ 850,000 750,000 650,000
ดอกเบี้ยรวม 127,075 97,125 77,675
ค่างวด 16,285 14,119 12,128
เงินที่จ่ายทั้งหมด 1,127,100 1,097,140 1,077,680

ในกรณีนี้ดอกเบี้ยรวมระหว่างดาวน์ 15% กับ 35% ต่างกัน 127,075 − 77,675 = 49,400 บาท มากกว่ากรณีที่ 1 เกือบสองเท่า เพราะผลสองอย่างซ้อนกัน คือยอดจัดลดลง และอัตราต่อปีลดลงด้วย

ตัวเลขที่เงินดาวน์ไม่ได้เปลี่ยน

ข้อเสนอบางรายการผูกกับระดับดาวน์ เช่น ของแถมหรือส่วนลดที่ให้เฉพาะเมื่อดาวน์ไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด กรณีนี้ต้องใส่เป็นข้อเสนอแยกกันแล้วเทียบต้นทุนรวม

เงินวันออกรถกับต้นทุนรวม

เงินดาวน์ที่สูงขึ้นลดดอกเบี้ยและค่างวด แต่เพิ่มเงินที่ต้องจ่ายในวันออกรถ ตัวเลขสองชุดนี้ตอบคำถามต่างกัน

ตารางข้างต้นแสดงทั้งสามมุม ผู้ซื้อแต่ละรายให้น้ำหนักแต่ละตัวเลขต่างกันตามสภาพคล่องและแผนการใช้เงินของตัวเอง

ลองคำนวณกับข้อเสนอของคุณ

ใส่ราคารถ เงินดาวน์ และดอกเบี้ยคงที่ของแต่ละระดับดาวน์จากใบเสนอของคุณใน เทียบผ่อนรถ เป็นข้อเสนอแยกกัน แล้วดูเงินวันออกรถ ค่างวด และต้นทุนรวมเทียบกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง